ไม่เก่งไม่เป็นไร ขอให้ใจนั้ยังมี สักวันคงถึงที ที่ฝันนี้สำเร็จพลัน

     เวลาเป็นเรื่องที่แปลกนัก เราคงได้ยินคำว่า เวลาติดปีกบิน (Time flies)” หรืออะไรประมาณนี้บ่อยๆ แต่ทำไม หลายๆครั้งเรากลับบอกว่า เวลามันผ่านไปช้าจังเลย ไม่ก็ เมื่อไหร่จะหมดวัน เมื่อไหร่จะถึงวันเสาร์ เมื่อไหร่จะได้หยุด อะไรก็ว่ากันไป แต่เมื่อหมดวันแล้ว เมื่อเราย้อนระลึกความหลัง เมื่อมีงานเร่งด่วนเข้ามา เราก็มักต้องสบถว่า เฮ้ย นั่นยังไม่ได้ทำ, น่าจะทำอันนี้ด้วยนะ, อยากได้อีกซัก 2 ชั่วโมงเจรงๆ

 

     คำพูดเหล่านี้ เป็นคำที่คุ้นหูกันตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้วเนอะ พอตอนเป็นเด็กเราก็มักจะบอกว่า ขี้เกียจไปเรียนหนังสือ อยากโตไวๆ จะได้ไม่ต้องไปเรียน แต่เมื่อเราโตขึ้น เรียนสูงขึ้น พอเราเห็นเด็กๆมันเล่นสนุกสนาน ก็คิดในใจว่า อยากกลับเป็นเด็กชะมัด เป็นเด็กมันสบายดีเนอะ

 

     คนเราเป็นพวกใจเร็วนะผมว่า ตั้งแต่เด็กๆ เราคงเคยได้ยินโฆษณาที่บอกว่า ฮิตาชิ เปิดปุ๊บติดปั๊บ ตั้งแต่หลายสิบปีที่แล้ว ที่ทีวีต้องใช้เวลาในการอุ่นเครื่อง ก่อนภาพจะติด แสดงให้เห็นความคนต้องการอะไรที่ทันใจ ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยนี้ที่อยากได้อะไรก็ได้ ทุกอย่างจะต้องเร็วขึ้น ไวขึ้น เป็นอย่างที่เราคิดมากขึ้น สื่อต่างๆ ที่พยายามผลักดันสินค้า และบริการของตนให้ตรงตามความพอใจของผู้บริโภคมากขึ้นและมากขึ้น จนผมว่ามันทำให้เราคิดเหมาเอาว่า อยากได้อะไรแล้วต้องได้!?!?

 

     น่าแปลกที่ยุคนี้ เป็นยุคที่สื่อมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ที่เราอาจเรียกว่าเป็นยุคบริโภคนิยมไปแล้ว แต่การบริโภคเหล่านั้น กลับไม่ได้เติมเต็มความพึงพอใจของผู้บริโภคเลยแม้แต่น้อย จะเห็นได้จาก อัตราการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จนข่าวการฆ่าตัวตายกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว!?!? หรือไม่ก็จะสังเกตได้จากอาการหนึ่งที่เมื่อสิบปีที่แล้ว เราจะไม่ค่อยได้ยินคำนี้เท่าไหร่ ซึมเศร้า แต่ปัจจุบัน คำนี้กลายเป็นคำฮิตติดปากของแพทย์ไปแล้ว!?!?

 

      ผมเจ็บหลัง หมอก็ให้ยาต้านซึมเศร้า คนฆ่าตัวตาย หมอก็บอกว่ามาน่าจะมีสาเหตุจากโรคซึมเศร้า หลายๆอย่างก็มาจากซึมเศร้า ผมคิดว่าไอ้อาการซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด น่าจะมาจากลัทธิบริโภคนิยม ที่เน้นความพึงพอใจของคน เน้นที่การตอบสนองความพึงพอใจ ที่ส่งผลให้ผู้คนคาดหวังอะไรที่จะได้อย่างที่คิด หรือสั้นๆว่า ตามใจตัวเอง พอไม่ได้ก็ผิดหวัง พอผิดหวังก็เศร้า พอเศร้านานๆเข้า ก็มีอาการซึมพ่วงไป เลยกลายเป็นซึมเศร้าซะงั้นนั่น

 

     ไอ้เรื่องหลักการทางการแพทย์นะ ผมไม่รู้หรอก นี้เป็นความเห็นส่วนตัว เพราะผมเห็นว่าไอ้เรื่องการผลักดันความคิดบริโภคนิยมที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของคน ทำให้ผู้บริโภคไม่ อดใจ ไม่ยับยั้งชั่งใจ เพราะมีของล่อตาล่อใจตลอดเวลา มีแต่ อยากได้ อยากได้ อยากได้ และอยากได้ ไม่อยากได้ ก็อยากเป็น พอไม่ได้ ไม่เป็น อย่างที่คิด ก็ผิดหวัง หรือแห้วนั่นแหละ กลายเป็นวงเวียนชีวิตในความอยากซะงั้น สังคมคนเศร้าเนอะ รู้จักอดใจ รอคอยหน่อย ก็ไม่เศร้าแล้ว เนอะ อิอิ


chocosha wrote on Nov 14, '07, edited on Nov 14, '07
เพราะคนเราไม่เคยพอมั้ง .... ทำนู้นทำนี่ บ้าบอ เหอๆ
vashira wrote on Nov 14, '07
เมื่อสิบปีที่แล้วโรคซึมเศร้ายังไม่มีพาหะแบบไฮสปีดเหมือนทุกวันนี้มั้ง

อาการซึมเศร้าส่วนใหญ่เป็นการผิดปกติระดับฮอร์โมนนะ ส่วนไอ้ที่ซึมเพราะเสพติดบริโภคนิยมแล้วค่อยเศร้าตอนต้นเดือนนี่น่าจะคนละประเภท

เครดิตลิซึ่ม เป็นอีกอาการของคนวัยทำงานยุคนี้นะ อยากได้แต่ไม่มีตังก็รูดปื๊ดๆ ดับเบิ้ลพ๊อยต์ - เหมาจ่ายทีเดียวตอนต้นเดือนหน้า แล้วก็รูดปื๊ดๆต่อไปเดือนชนเดือน

ปล. ที่เขียนเรื่องนี้เพราะจะซื้อกล้องชิมิ หุหุ
mashimanee wrote on Nov 14, '07, edited on Nov 14, '07
วาระนั้นก็เร่งวันเร่งคืนเข้ามาทุกที อุอุ
ฮิตาชิ เปิดปุ๊บติดปั๊บ --> จำไม่ได้แฮะ (-__-)"
ว่าด้วยเรื่อง "โรคซืมเศร้า" --> เท่าที่เคยฟังเพื่อนเล่ามา "โรคซึมเศร้า" ไม่ได้หมายถึงอาการ "ซึม" และ "เศร้า" เท่านั้นนะ (เคยมีเพื่อนเป็นอยู่คนนึง
อาการค่อนข้างหนักพอสมควร ต้องไปหาหมอทุกเดือน ขาดหมอไม่ได้เลย) เค้าบอกว่า (เค้าว่าอ่ะนะ เราก็ไม่รู้จริงหรอก เหอๆ)
มันเป็นเรื่องผิดปกติของฮอร์โมน อย่างที่คุณ vashira ว่าน่ะแหละ แต่ทีนี้โดยรวมมันหมายถึง อาการที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เรื่อยๆ บ่อยๆ
ได้อย่างง่ายดาย เช่น สนุกๆ หัวเราะอยู่ดีๆ เครียดซะงั้น บางทีซึมๆ นั่งแป๊บๆ ก็หัวเราะขึ้นมาได้ ยิ้มได้ซะงั้น คือมันคืออาการ
"อารมณ์แปรปรวน" มากกว่า ซึ่งอาจมาจากอาการเครียด หรืออะไรก็ไม่รู้แหละ ประมาณนั้น
คือมันไม่ได้หมายถึงตัวอาการ ซึม และ เศร้า เท่านั้นอ่ะ (เท่าที่ฟังเพื่อนเล่าอ่ะนะ) เพราะฉะนั้นต้องสังเกตดูตัวเองว่า "อารมณ์แปรปรวนง่ายป่าว เหอๆ (พูดมากอีกละเรา หุหุ)

(^__^)"
halleluja7 wrote on Nov 14, '07
vashira said
ปล. ที่เขียนเรื่องนี้เพราะจะซื้อกล้องชิมิ หุหุ
มีส่วนนะค๊าบบบ แบบว่าคิดหาทางหมุนเงินอยู่ 555
halleluja7 wrote on Nov 14, '07
"อารมณ์แปรปรวนง่ายป่าว เหอๆ (พูดมากอีกละเรา หุหุ)
นอกจากฮอร์โมน ก็ต้องดูลักษณธนึงอะ ว่าเป็นคนเครียดง่ายเป่า ถ้าใช่ จะเข้าข่ายเร็วขึ้น ก็เท่านั้น

ซึ่งกระพ้มเข้าข่ายไปแร้ว กร๊าก
thanapornne wrote on Nov 15, '07
เวลาไม่เคยพอสำหรับความต้องการ คนเราอยากไ้ด้ไอ้นู่น ไอ้นี่อยู่เรื่อยๆ ....
พอเพียงและเพียงพอ เดินตามรอยพ่อ แล้วจะดีเอง
เวลาน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่เสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลา ใจเราต่างหากที่ไม่แน่นอน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น......

ว่าแต่ จะไปเดินงาน canon ที่ เอสพลานาท มั๊ยจ๊ะ ^^
halleluja7 wrote on Nov 15, '07
ว่าแต่ จะไปเดินงาน canon ที่ เอสพลานาท มั๊ยจ๊ะ ^^
แน่นอนอยู่เร้วว

แม้จะเป็นสาวก Nik ตั้งแต่มะไหร่ไม่รู้ แต่ก็ไปดูจั๊กกาโหน่ย แล้วแวะไปหาเพื่อนด้วย อิอิ
radanaka wrote on Nov 20, '07
ชอบความคิดคุณจังค่ะ รดาจะบอกว่า มีสองอาการที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิต(มีรายงานการวิจัยอย่างชัดเจนค่ะ) คืออาการปวดหลังและอาการไอ..โดยที่ไม่ได้มีสาเหตุจากพยาธิสภาพของร่างกายค่ะ
halleluja7 wrote on Nov 20, '07
ชอบความคิดคุณจังค่ะ รดาจะบอกว่า มีสองอาการที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิต(มีรายงานการวิจัยอย่างชัดเจนค่ะ) คืออาการปวดหลังและอาการไอ..โดยที่ไม่ได้มีสาเหตุจากพยาธิสภาพของร่างกายค่ะ
มิน่าๆ ช่วงทเครียดจัดๆ จะปวดเมื่อยหลังกว่าเดิม

ใจร่าเริงเป็นยาอย่างดีจิงเรยเชียว
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help